Ford Everest ใหม่ 2025 มาพร้อมการออกแบบภายนอกที่ทรงพลัง ไฟหน้า LED Matrix และกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบใหม่ สื่อถึงความแข็งแกร่งและความหรูหราในคราวเดียวกัน
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
รุ่น | ราคาประมาณ (บาท) | จุดเด่น |
Trend 4×2 2.0L AT | 1,397,000 | เบาะหนัง, จอ 10.1″, ระบบช่วยขับเบื้องต้น |
Sport+DAT 4×2 2.0L AT | 1,585,000 | ภายนอกสปอร์ต, ล้อ 20″, กล้องรอบคัน |
Sport 4×2 Special Edition | 1,619,000 | ภายนอกสปอร์ต, ล้อ 20″คริปแดง, แรฟหลังคา |
Titanium+ 4×2 2.0L AT | 1,767,000 | เต็มฟีเจอร์, ระบบเพิ่มความสบาย,หลังคามูนรูฟ |
Titanium+ 2.0L 4×4 AT | 1,917,000 | 4WD แท้, ลุยหนักได้จริง |
Wildtrak 2.0L 4×4 AT | 1,942,000 | รุ่นพิเศษ สปอร์ตเข้ม แต่งแบบ Wildtrak |
Platinum 3.0L 4×4 AT | 2,284,000 | เครื่อง 3.0 แรงสุดในรุ่น ออฟชั่นเต็ม |
✅ ดูโปรโมชั่นพิเศษประจำเดือน คลิกที่นี่
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับฝ่ายขาย คลิกที่นี่
Ford Everest รุ่นใหม่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงพลัง เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.0L Bi-Turbo พร้อมระบบขับเคลื่อน 4WD และเครื่องยนต์ V6 3.0L เทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ช่วยในเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัย
Ford Everest 2025 มีทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ได้แก่ Trend, Sport, Titanium, Titanium+ Wildtrak และ Platinum โดยแต่ละรุ่นแตกต่างกันทั้งอุปกรณ์และระบบขับเคลื่อน
ราคาเริ่มต้นของ Ford Everest อยู่ที่ประมาณ 1,397,000 บาท (รุ่น Trend) และสูงสุดถึง 2,284,000 บาท (รุ่น V6 Platinum ) ราคาขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นประจำเดือน
4. Ford Everest ประหยัดน้ำมันไหม?
Ford Everest 2.0L Turbo มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 13-14 กม./ลิตร ในขณะที่รุ่น Bi-Turbo 4×4 จะอยู่ที่ราว 11-12 กม./ลิตร (ขึ้นอยู่กับการขับขี่และเส้นทาง)
Ford Everest ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0L Turbo และ 2.0L Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 170–210 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6–10 สปีด และเครื่องยนต์ V6 3.0L 250 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
Ford Everest มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) พร้อมระบบ Terrain Management ปรับโหมดอัตโนมัติตามพื้นผิวถนน
เหมาะมาก เพราะมีห้องโดยสารกว้างขวาง 7 ที่นั่ง พร้อมระบบปรับอากาศแยกโซน และระบบความปลอดภัยครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว
ได้แน่นอน รุ่น 4WD มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย และโหมดการขับแบบ Off-road เหมาะสำหรับขับบนเส้นทางเขาและพื้นที่ทุรกันดาร
รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายในรุ่น Sport ขึ้นไป เพื่อการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนอย่างสะดวก
Ford Everest ใช้ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และระบบควบคุมการทรงตัว (ESP) เพื่อความมั่นใจในทุกสถานการณ์
รองรับน้ำหนักลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัม (เฉพาะรุ่น Bi-Turbo 4×4) เหมาะสำหรับลากเรือ, คาราวาน หรือเทรลเลอร์
มีระบบเบรกอัตโนมัติ, ระบบเตือนจุดอับสายตา, ถุงลม 7 จุด, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และกล้องรอบคัน 360 องศา
มีให้เลือกหลายสี เช่น สีเทา Meteor Grey, ดำ Absolute Black, ขาว Arctic White และสีพิเศษเฉพาะรุ่น
สามารถติดตั้งได้ทั้งอุปกรณ์แท้จาก Ford และชุดแต่งจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น ชุดกันชนหน้า, บันไดข้าง, ล้อแม็ก และโรลบาร์
มี! แอป FordPass™ ช่วยตรวจสอบสถานะรถ, ตำแหน่งรถ, เตือนการบำรุงรักษา และควบคุมระบบล็อกจากมือถือได้
ได้ครับ ทางโชว์รูมมีบริการรับเทิร์นรถเก่าทุกยี่ห้อ พร้อมประเมินราคาฟรีและให้มูลค่าสูงสุดสำหรับซื้อรถใหม่
Wildtrak เพิ่มความสปอร์ตด้วยดีไซน์เฉพาะ, กันชนหน้าใหม่, ชุดตกแต่งสีเทาดำ และล้ออัลลอย 20 นิ้วลายใหม่ พร้อมราวหลังคายกสูง เบาะหนังด้ายสีส้มสไตล์ Wildtrak
รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน) พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ฟรีทั่วไทย
สามารถจองทดลองขับได้ที่ โชว์รูม Ford พระนครรังสิต หรือกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ เราจะติดต่อกลับทันที แต่ถ้าสนใจออกรถด้วยโปรโมชั่นที่ดีที่สุดต้องซื้อกับทางเราเท่านั่น